“4 การ” ช่วยชีวิตให้มีความสุข

การใช้ชีวิตให้มีความสุข

            ทำไมกัน เวลาที่คิดอยากจะมีชีวิตที่มีความสุขหรือดำเนินชีวิตให้มีความสุข ส่วนใหญ่แล้วจะต้องยึดหลักปรัชญาหรือทฤษฎีเป็นหลัก แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจำเป็นต้องพึ่งหลักปรัชญาหรือทฤษฎีอยู่ตลอดเวลา เพราะบางครั้งสิ่งเหล่านี้กลับใช้ไม่ได้จริงเลยด้วยซ้ำเวลาที่เจอสถานการณ์บีบบังคับหรือสถานการณ์ที่จะต้องใช้อารมณ์หรือเหตุผลอื่นๆในการตัดสินใจ เพื่อทำให้การใช้ชีวิตนั้นกลายเป็นสิ่งที่มีความสุขมากกว่าเดิม 

จริงๆการใช้ชีวิตให้มีความสุขสามารถขึ้นอยู่ได้กับ “การ” งงกันแล้วใช่ไหมละว่าสิ่งที่จะพูดคืออะไร แต่ถ้าอยากรู้ว่าการที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง ต้องมาตามกัน 

แบบที่ 1 การไปในที่ที่ชอบ 

            ไม่ใช่ว่า ไปที่ชอบๆ แบบนั้น! แต่ในที่นี้หมายถึงว่าให้ไปไงที่ๆรู้สึกชื่นชอบจริงๆ เป็นพื้นที่ที่ไปแล้วอารมณ์ดีอยู่แล้วมีความสุข ถ้าจะให้ระบุพื้นที่แบบชัดเจน บอกเลยว่าไม่สามารถทำได้ เป็นเพราะอะไรนะหรอ ก็เป็นเพราะว่าแต่ละคนนั้นจะมีสิ่งที่ทำให้สบายใจแตกต่างกันไป แต่ถ้าจะรับรู้ได้ว่าที่ไหนเป็นที่ชอบจริงๆและอยู่แล้วสบายใจ สิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้ออกมาจากคำพูด แต่เป็นสิ่งที่ออกมาจากความรู้สึกโดยเฉพาะหรือที่เรียกกันว่าเซนส์ เพราะเป็นการสัมผัสได้แบบที่ไม่ต้องพูดอะไรเลยด้วยซ้ำไป 

แบบที่ 2 การทานอะไรที่ชอบ 

            ในยุคปัจจุบันคนเรามักจะเน้นเรื่องของการดูแลสุขภาพเป็นหลัก หรืออาจจะเน้นไปจนถึงเรื่องของการจำกัดการทานอาหารเพื่อที่จะควบคุมในการดูแลรูปร่าง จนบางครั้งการควบคุมเหล่านี้กลับเกินพอดีมากจนทำให้พลาดโอกาสในการเลือกรับประทานอาหารอะไรอร่อยๆไป ข่าวสนามบางครั้งควรที่จะมีความยืดหยุ่นให้ตัวเองได้รับประทานอะไรที่ชื่นชอบบ้าง แต่พยายามจำกัดให้อยู่ในความอิ่มที่พอดีไม่มากหรือน้อยจนเกินไป 

แบบที่ 3 การได้เห็นสิ่งที่รู้สึกดี 

            ประสาทสัมผัสอย่างหนึ่งที่มีผลต่อเรื่องของความรู้สึกในสภาพจิตใจโดยตรง คงจะเป็นเรื่องของการมองเห็น การที่ได้เห็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หรือได้เห็นสิ่งอะไรก็ตามที่สวยงามเป็นไปในทิศทางบวก สามารถที่จะช่วยบันทึกเอาไว้ในสมอง และมีผลต่อเรื่องของความรู้สึกส่วนอื่นๆตามมา ดังนั้นควรพยายามทำให้ตัวเองได้เห็นอะไรที่ดูแล้วรู้สึกดีไม่เครียดหรือจิตตก 

แบบที่ 4 การที่อยู่กับคนที่ใช่ 

            ในที่นี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคู่รักหรือเป็นแฟน ขอเพียงแค่คนที่อยู่ด้วยในตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัวหรือใครก็ตามเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ และเป็นกลุ่มคนที่มีพลังงานบวกในตัวเยอะรวมถึงทัศนคติดีๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สามารถส่งผลกระทบทำให้ทัศนคติหรือความคิดของเราเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิงแต่ต้องใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงบ้าง 

            จะเห็นได้เลยว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของทฤษฎีแต่เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ บางครั้งการที่ได้ทำอะไรตามความรู้สึกมากกว่าทฤษฎีจะเป็นเหมือนกับสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของคนที่เจอผลกระทบในการดำเนินชีวิตมาเยอะ